Jirawat's profile»»-(¯`v´¯)-»...[trust].....PhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    December 04

    ขี้เกยีจ

     
     
     
     
    ขี้เกียจเข้ามาอัพแล้ว
    ช่วงนี้
    ดองยาว
    ให้ยักใยขึ้น เลย
    ฮาๆ
     
    บายๆ
    ทุกคน
     
    ปล.เก่งเปลี่ยนเบอร์ใหม่นะจ๊ะ
    087-491-5948
    September 30

    งาน(ต่อ)

    อาทิตย์นี้
    เคลียงาน
    เสดแล้ว
    โว้ย
    !
     
    แต่ก็ยังมีงานอยู่ดี
    ฮะๆ
    ทำ
    ทำ
    ทำ
    ทำงาน
    August 29

    งาน

    งานเยอะนะคร๊าบบบ พี่น้อง
    ขอให้การพรีเซ้น วันนี้ ฝ่านไปด้วยดี เทอด
     
    ยังเหลืองานอื่นๆ อีก
    ที่รอคิวเข้ามาอยู่
     
    แล้วก็ต้องขยัน อีก แล้ว ซิ
    สู้ๆ
     
    อัพไรเนี่ย กะตึดเดียวเอง
    เหอๆ
     
    ^^ 
    August 07

    คำสอนของแม่

     

    คำสอนของแม่

    by kapook

     



    แม่คงสอนให้ลูกฉลาดไม่ได้
    ลูกต้องเรียนรู้และฉลาดด้วยไหวพริบ และกึ๋นของลูกเอง

    แม่อยากให้ลูกคิดและมองโลกในแง่ดี
    อย่าคิดว่าใต้ฟ้านี้มีแต่เรื่องทำไม่ได้ เป็นไม่ได้
    หัดคิดให้เป็นบวกไว้แหละดี

    แม่อยากให้ลูกหัดฝัน
    เมื่อไรลูกฝันเป็น ไม่ว่าจะเป็นใฝ่ฝัน
    หรือความฝัน ลูกจะรู้ว่าโลกนี้มันน่าอยู่เพียงไหน

    แม่อยากให้ลูกพูดแต่เรื่องดี พูดแต่เรื่องสวยงาม
    จงเป็นคนสุดท้ายที่ให้ร้ายคนอื่น และจงเป็นคนแรก
    ที่ให้กำลังใจ และชื่นชม

    แม่อยากให้ลูกทำเรื่องแปลกๆ
    ลูกไม่จำเป็นต้องเดินตามชีวิตประจำวันของใคร
    อย่าเก็บความคิดแปลก เพียงเพราะเห็นว่ามันไม่เหมือนใคร

    แม่อยากสอนให้ลูกกล้าแดด กล้าฝน
    เพราะภายใต้ไออุ่นของดวงอาทิตย์ ลูกจะได้รับวิตามินดี
    และภายใต้ฟ้าที่มีฝน มันจะทำให้ลูกร้องไห้โดยไม่มีใครเห็นน้ำตา

     

    แม่อยากสอนให้ลูกออกกำลังกายทุกวัน
    อย่างน้อยคนเราก็ต้องเคลื่อนไหวทะมัดทะแมง
    ลูกได้ออกแรงเสียบ้าง ลูกจะแข็งแกร่งไม่อ่อนแอ

    แม่อยากให้ลูกยิ้ม และอยู่กับโลกด้วยความรัก
    ยิ้มอาจจะไม่ชนะทุกสิ่ง ยิ้มมากๆ อาจจะดูเหมือนคนบ้า
    แต่มันก็ดีกว่าหน้าบึ้งหน้างอเป็นไหนๆ


    แม่อยากสอนให้ลูกรู้จักอดทน
    ลูกต้องเรียนรู้ว่าลูกไม่มีทางได้ทุกๆ อย่างที่ลูกหวังไว้
    อดทนและอย่าได้เสียกำลังใจ อย่าท้อและขอให้เริ่มใหม่อย่างมีพลัง

    แม่อยากสอนให้ลูกเขย่งขาขึ้นให้สูง
    ไม่มีอะไรที่สูงไปกว่าสองมือเราจะเอื้อมคว้า
    เพียงแค่ว่าเรายืนยันที่จะไม่ยืนอยู่กับที่

    แม่อยากสอนให้เจ้ามีความสุข แต่อย่าลืมทุกข์ด้วยล่ะลูก
    คนที่ไม่เคยมีความทุกข์ เขาสุขจริงๆ ไม่เป็นหรอกเจ้าเอย

    ไอคิวมันติดมาแต่บนฟ้าลูกจ๋า ไม่ฉลาดก็มีความสุขได้ไม่ต้องห่วง
    อย่าน้อยใจถ้าตามใครเขาไม่ทัน อย่าเสียขวัญถ้าเราช้ากว่าใครๆ
    อีคิวมันต้องหาเองบนโลกนี้ลูกเอ๋ย ไม่ฉลาดก็น่ารักและมีความสุขได้

    "อย่ากลัวที่จะเปลี่ยนแปลงปรับปรุง ลูกมีกำลังใจเป็นถุงจากแม่ ไม่ต้องกลัว"

     
     

    August 02

    "ความรัก กับ รถเมลล์"

     "ความรัก กับ รถเมลล์"
     
    เมื่อรถเมลล์มา คุณมองไปที่มัน 
    และบ่นกับตัวเองว่า
    "อี๋......คนเพียบเลย ไม่มีที่นั่งด้วย"
    แล้วคุณก็พูดกับตัวเองว่า"ฉันรอคันต่อไปดีกว่า"
    และคุณก็ปล่อยให้รถเมลล์
    คันนั้นผ่านคุณไปแล้วรอรถเมลล์คันที่2
    เมื่อรถคันที่2นั้นมา
    คุณมองไปที่รถเมลล์นั้นแล้วบ่นว่า
    "อี๋.....รถเก๊าเก่า มันต้องนั่งไม่สบายแน่เลย"
    แล้วคุณก็ปล่อยให้รถเมลล์คันนั้นผ่านไปอีกครั้ง 
    และตัดสินใจที่จะรอรถเมลล์คันต่อไป
    แล้วรถเมลล์อีกคันก็อมาถึง
    คราวนี้ คนไม่เยอะ และรถเมลล์ก็ไม่เก่า แต่คุณยังบ่นอีกว่า
    "อี๋.......แอร์ก็ไม่มีตอนนี้อากาศร้อนจะตาย รอรถคันใหม่ดีกว่า"
    อีกครั้งหนึ่งที่คุณปล่อยให้รถเมลล์ ผ่านคุณไป และตัดสินใจที่จะรอรถอีกคัน
    ท้องฟ้าชักเริ่มครึ้มๆ และมันก็เริ่มสายแล้ว
    คุณชักเริ่มกระวนกระวายในการรอรถเมลล์
    จนแล้วจนรอด รถเมลล์ก็ยังไม่มาสักที
     
    นั่นแหละคุณจึงเริ่มรู้แล้วว่าคิดผิดที่ไม่ขึ้นรถเมลล์คันก่อนหน้านี้
    คล้ายๆกับคุณยอมที่จะเสียเงินและเวลา เพื่อที่จะให้ได้ในสิ่งที่ตัวเองต้องการ
    ถ้าหากว่าคุณคิดว่ารถเมลล์ธรรมดาที่ผ่านไปตะกี้เป็นรถแอร์ไม่ได้เหรอไง
    แอร์อาจจะเสีย หรือไม่ก็คิดว่ามันเป็นแอร์ที่เย็นพอสำหรับคุณ
    การที่คนมากมาย ต้องการอยากจะได้ในสิ่งที่เราต้องการมันไม่ผิดอะไรหรอก
    แต่คุณจะไม่รู้สึกอะไรบ้างเหรอ ที่คุณหยิบยื่นโอกาสที่ตัวเองควรจะได้ให้คนอื่นไป
    ถ้าหากว่าคุณเจอรถเมลล์คันนั้น คันที่อาจจะไม่ใช่อย่างที่คุณต้องการ
    ก็เพียงแค่กดปุ่มเรียกรถเมลล์(โบกรถ) แล้วขึ้นรถเมลล์ เท่านั้นก็จบ
    แต่เดี๋ยวก่อน ฉันแน่นใจเลย ว่าคุณต้องเคยเจออย่างนี้มาก่อน
    คุณเห็นรถเมลล์กำลังวิ่งมา (แน่นอนว่ามันเป็นรถเมลล์คันที่คุณต้องการ)
    คุณโบกมือเรียกให้รถหยุด แต่คนขับดันเบลอ
    ไม่เห็นว่าคุณโบกมือ แล้วรถคันนั้น.....
    รถคันที่คุณรอมาตั้งนานก็ผ่านคุณไปต่อหน้าต่อตา
    เมื่อรถเมลล์ที่คุณต้องการผ่านไปแล้ว สิ่งที่คุณต้องทำคราวนี้ก็คือเดิน
    มันก็คล้ายกับชีวิตรักของเราๆเหมือนกับที่เรารอรถที่เราต้องการ
    เพียงแค่ขึ้นไปบนรถ ให้โอกาสรถนั้นได้โอบอุ้มความรักคุณไว้
    และการที่ คุณเดินนั่นแหละที่คุณปล่อยให้ความรักหลุดลอยไป

    คุณจะไม่มีวันเสียอะไรถ้าคุณคิดจะรัก
    แต่ถ้าคุณไม่ดึงรักที่ผ่านเข้ามาไว้ คุณก็จะเสียโอกาสที่คุณควรจะมี


    June 16

    จุดจบทำให้เกิดการเริ่มต้น

    by kapook
     
     
    เธอจบทุกอย่างวันนี้

    เธอก็จะได้เริ่มต้นทุกอย่างในวันพรุ่งนี้

    หากเธอเริ่มต้นวันใหม่ได้อย่างเข้มแข็ง

    ชีวิตที่เหลือของเธอก็จะเข้มแข็ง
     



    การเริ่มต้นที่ดี...ต้องเริ่มจากมองโลกในแง่ดี

    โลกที่ยังมีอะไรให้เธอค้นหา

    โลกที่กลางวัน...มีดวงตะวันกลมโตสาดแสงอบอุ่น

    ท่ามกลางสีฟ้าใสกระจ่าง

    โลกที่ยามค่ำคืน...มีหมู่ดาวเป็นร้อยพันไว้ให้นอนนับ

    โลกที่มีเวลาให้เธอวันละ 24 ชั่วโมง


    ให้เธอได้ค้นหาว่าอะไรที่เธออยากทำแต่ไม่เคยลงมือ

    อะไรบ้างที่เธอเคยฝันแต่ไม่เคยตามหา
     



    เริ่มต้นคำถามแรกว่า...เธอต้องการอะไร?

    ...อย่ามัวเสียเวลา...

    กับถนนสายหนึ่งที่เธอแค่เดินมาจนถึงสุดสาย

    ทางที่เธอจะเดินต่อไปต่างหาก... 



    ...ที่สำคัญ..

    มีพบต้องมีจาก

    มีจุดเริ่มต้นต้องมีจุดสิ้นสุด

    แต่บางครั้ง...จุดสิ้นสุดก็ทำให้ได้เริ่มต้นทำสิ่งใหม่ๆ

    อย่าท้อก็แล้วกัน



    March 30

    ^^

    ถ้าหากมองดูท้องฟ้า

    แล้วเอาแผนที่มากางว่า เราไกลกันแค่ไหน

    ก็คงไกลเกินสุดสายตา จะมองไป

    ไกลเกินใจจะไปหาได้ ด้วยกำลังที่มี

    แต่หากมองดู ด้วยหัวใจ

    แล้วเอาความรักที่ต่างมีให้ มาอยู่ตรงนี้

    เพียงแค่คิดถึงเธอก็อยู่ใกล้ๆ ทุกที

    ใกล้กันทุกที่ ทุกๆทีที่หลับตา

    มีถ้อยคำตั้งมากมาย

    ที่จะสื่อความหมายว่า..คิดถึง

    แต่ไม่มีแม้สักคำหนึ่ง

    ที่จะบอกแทนความรู้สึกลึกซึ้ง..ทั้งหมดในใจ

    มันมากกว่าความห่วงหา

    ในหัวใจคนไกลตา ยังคงใกล้

    อยากบอกเธอถึงทุกถ้อยคำในหัวใจ

    แต่ไม่อาจบอกอะไร มากไปกว่าถ้อยคำง่าย-ง่าย

    ----- คิดถึงเธอ -----

     

    January 24

    ~~

    ในบางครั้งฉันถามตัวเอง นี่เราเป็นบ้าไปหรือป่าว ที่คิดที่หวังที่รักเธอเหมือนเดิม
    ฉันยังทำไปเหมือนว่าไม่เข้าใจทุกสิ่ง ยังทิ้งความหวังให้ค้างในหัวใจ
     
    * และสุดท้ายก้อลงเอยแบบเดิมๆ คือต้องเหลือตัวคนเดียวอย่างนี้
     
    ** ได้เกิดมารักเธอได้ทุ่มเททุกอย่าง หนึ่งชีวิตนี้ก้อมีค่า
    ถ้ารักใครถึงที่สุด สุดชีวิตมันโง่ไปใช่มั้ย
    ได้เกิดมาครั้งเดียวจะขอทำทุกอย่าง ต่อให้เธอไม่เห็นคุณค่า
    อาจเหมือนคนไม่ฉลาด แต่ยอมรับมันโง่ตั่งแต่รักเธอหมดใจ
     
    เมื่อได้รู้ว่าเธอไม่แคร์แม้จะทำเพื่อเธอทุกสิ่ง เธอนั้นไม่คิดไม่เห็นจะสนใจ
    และเหมือนคนงมงายเหมือนฉันไม่เข้าใจทุกอย่าง ยังคิดตามหาความรักที่สวนทาง
     
    (ซ้ำ *)
     
    (ซ้ำ **)
     
    ได้เกิดมาครั้งเดียวจะขอทำทุกอย่าง ต่อให้เธอไม่เห็นคุณค่า
    อาจเหมือนคนไม่ฉลาด แต่ยอมรับ ว่ามันรัก และยอมรับ
    มันโง่ตั่งแต่รักเธอหมดใจ
    January 10

    ขอแค่...คิดถึงเธอ

    แม้ว่า...วันนี้อาจไม่เป็นคนรักกัน
           และแม้ว่าใน...วันนี้เป็นเพียงคนรู้จักกัน
           แต่...สิ่งหนึ่งที่ไม่อาจห้ามได้คือความคิดถึงที่มีอยู่
              มันไม่อาจจางหายได้ ใน วันนี้ หรือพรุ่งนี้
       
    ฉันจะไม่ร้องไม่ขอ แต่คงเสียใจ ยากที่จะลืม
    ในวันนี้ ถึงแม้จะไม่มีเธอ แต่ ฉันยังคงเหลือ หัวใจของฉันอยู่
          ฉันจะดำรงและยังคงชีวิตนี้อยู่อยู่เพื่อตัวเอง
      จะเข้มแข็ง เดินด้วย 2 เท้า ของฉัน ต่อไปต้องทำให้ได้
           
    แต่ จะขอ อนุญาต คิดถึง เธอนะ
       เพราะ หาก จะรู้สึก คิดถึงใครสักคนนั้น
     แม้ว่า ในวันนี้ ยังไม่ใช่คนรักของฉันเลยก็ตามที
      แต่คงไม่เป็นไรใช่ไหม ที่จะขอคิดถึงเธอ
    หากจะ ขอเพียง ให้ เขาเป็นคนที่ฉันรัก และมีเขาอยู่ ในหัวใจ
                  เพียงแค่ ให้ ใจได้...แค่คิดถึง
         สำหรับวันนี้ และ วันหนึ่ง ก้อพอ...แค่นี้จริง ๆ
                และเธอก็จะอยู่ในใจฉันตลอดไป
      เขียนคำหวาน ๆ บันทึกเหตุการณ์ตัวเธอไว้ใกล้ ๆ
           ว่าความรู้สึกดี ๆ มีให้เธอเสมอไป
         ไม่ว่าจะอยู่ใกล้ - ไกล หัวใจก็คิดถึงเธอ
    December 21

    คนพิเศษของใจ

     
    ใครหลาย ๆ คน อาจจะคิดว่า คนพิเศษของใจอง ก็คือ แฟนของเรา
    แต่บางครั้งมันไม่ใช่อย่างที่คุณคิดหรอก
    คนพิเศษของใจ หรือคนที่คุณอาจจะเรียกว่าเป็นคนพิเศษของคุณ
    หรือคนที่สำคัญกับคุณนั้น เขาหรือเธอคนนั้น
    ไม่จำเป็นต้องเป็นแฟนหรือคนรักของคุณเสมอไปหรอก
    คุณลองนึกดูสิว่า
    * ใคร ที่เคยทำให้คุณต้องร้องไห้ เพราะเรื่องของเขา
    คนคนนี้แหละคือคนที่คุณแคร์เขามาก
    และคุณอาจจะรักเขาด้วยโดยที่คุณไม่รู้ตัวเลย
     
    ** ใคร ที่เคยร้องไห้ไปพร้อมๆกับคุณ เมื่อเวลาคุณร้องไห้
    คนนี้แหละคือคนที่คุณต้องคอยดูแลถนอมน้ำใจเขาให้มากที่สุด
    คุณคงไม่รู้ว่าเขารักคุณมากด้วย

    *** ใคร ที่คอยห่วงใยคุณ ดูแลคุณอย่างดี คอยเตือนคุณ คอยช่วยเหลือคุณ
    เมื่อคุณต้องการความช่วยเหลือ คนนี้แหละที่เขารักคุณอย่างจริง ๆ ใจ
    และเชื่อเถอะว่าคุณจะต้องรักเขาเข้าเหมือนกันโดยที่คุณไม่รู้ตัว

    **** ใคร ที่คอยปลุกคุณตอนเช้าๆ ให้คุณตื่น และคอยบอกคุณให้เข้านอนเร็วๆ
    ให้ห่มผ้าก่อนอน
    คนคนนี้แหละคือ คนที่เขาห่วงคุณอย่างจริงใจ ไม่ต้องการให้คุณไม่สบาย
    ต้องการให้คุณตื่นมารับอากาศเช้าที่แสนจะสดใส 
    ***** ใคร ที่คุณอยากจะบอกเรื่องราวของคุณให้เขารู้มากที่สุด
    คนนี้แหละคือคนที่คุณ ไว้ใจมากที่สุด คือคนที่คุณ รักและไว้ใจ

    ****** ใคร ที่คุณ อยากรับฟังปัญหาและเรื่องราวของเขามากที่สุด
    คนคนนี้แหละคือคนที่คุณแคร์เขามาก ๆ
    ต้องการรู้เมื่อเขามีปัญหาเผื่อจะช่วยเขาได้

    ******* และ ใคร คือคนที่คุณคิดว่า คุณต้องการเขาอยู่เสมอ คนคนนี้แหละ
    ที่เรียกว่าคนพิเศษของใจ 

    คนพิเศษของใจ คือคนที่คุณต้องการเขา คนที่คุณผูกพันธ์กับเขามาก มากกว่าใคร ๆ
    เขาเป็นคนที่คุณคิดว่า คุณต้องการเขาอยู่เสมอ
    ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานสักเพียงไหน เขาจะเปลี่ยนไปอย่างไร
    เขาจะเป็นคนเดิมของคุณหรือเปล่า และถ้าคุณเคยทำให้เขาเสียใจ
    หรือทำอะไรที่คุณจะต้องเสียเขาไป แล้วเขายังกลับมาหาคุณอีก คุณเชื่อเถอะว่า
    คนคนนี้แหละเขารักคุณ จริงใจ หวังดี และห่วงใยคุณอยู่ตลอดเวลา
    และเขายังต้องการคุณอย่างที่คุณต้องการเขา คุณจะเป็นคนพิเศษของใจกันและกัน
    รักษาและถนอมคนคนนี้ไว้ให้ดีนะ 
    แล้วคุณจะมีความสุข เชื่อเถอะ!!!!!!
    *หาให้เจอนะขอให้ทุกคนโชคดี*
    September 01

    คำขอร้อง . . . ของคนตกหลุมรัก


     

              ฉันบอกตัวเองว่า . . . 
              มันเป็นความรู้สึกของฉันคนเดียว ไม่เกี่ยวกับใคร


              ฉันรู้ดีว่า. . . 
              ที่ทำอย่างนั้นมันคือการปฎิเสธความหวังดีที่ใครหลายๆ คนมีให้
              แต่เพราะฉัน . . . ห้ามหัวใจตัวเองไม่ทันแล้ว
              ถ้าจะมีคนบอกว่าฉัน "โง่"
              ฉันก็คงโง่เพราะว่า . . . ความเป็นเด็กอย่างที่เขาเคยบอกเอาไว้

              ช่างฉันเถิด  . . . แต่ขอร้องว่าอย่าโทษความรัก
              อย่าโทษเขาคนนั้น คนที่ฉันรักเลย. . .
              เพราะไม่ว่าเรื่องมันจะเป็นไปอย่างไร . . .
              มันก็คือการตัดสินใจของฉันเอง

              ฉันกำลังตกอยู่ในหลุมแห่งความรัก
              อย่างยินดี และด้วยเต็มใจของฉัน
              อย่าเพิ่งเรียก  . . . อย่าเพิ่งดึงฉันขึ้นไปจากการตกหลุมรักนี้เลย
              เพราะว่า . . . ฉันกำลังมีความสุขเหลือเกิน
              มีความสุขกับการที่ได้ตกหลุมรักเขา
              แม้ว่าเขาจะไม่รับรู้ หรือไม่เต็มใจที่จะรู้ก็ยอม . . .
     

    August 03

    ~*น่าสนใจเนอะ ลองอ่านดู*~

    แก่นแท้ของชีวิตที่พอเพียงหาใช่การถอยหลังเข้าคลอง หาใช่นิยามความเชย ที่คนรักวัตถุนิยมแอบคิดอยู่ในใจ หากแต่คือการใช้ชีวิตอย่างมีเหตุผล และพอประมาณเพียงความสุขขั้นพื้นฐาน บางครั้งคนที่ได้ครอบครองกระเป๋าใบละ 5 หมื่น ก็ไม่ได้บ่งบอกอะไรนอกจากรสนิยมของเจ้าของ (ที่ดีหรือเปล่า?คงเป็นอีกเรื่องหนึ่ง) ผู้คนเดินขวักไขว่สวนกันไปมาอย่างรีบเร่งจนลืมมองท้องฟ้า ลืมมองคนที่เดินผ่าน มองเข้าไปลึก ๆ แล้ว คนเราก็เพียงแค่วิ่งตามความสุขที่อยู่บั้นปลายชีวิตเท่านั้น ด้วยความเชื่อที่ถูกฝังแน่นอยู่ในหัวว่า ชีวิตที่ต้องทำงานและดิ้นรนแก่งแย่งเท่านั้นจึงจะอยู่รอดปลอดภัยในภายภาค หน้า บางคราวัตถุที่เป็นเพียงสัญลักษณ์แห่งความสุขที่มนุษย์อุปโลกน์ขึ้นมา ก็เป็นเพียงแค่ความฉาบฉวยครั้งคราว ลมพัดก็ปลิวไปตามลม นอกจากจะไม่ยั่งยืนอยู่ทนยังมาเอาจิตวิญญาณเราไปด้วย ความสุขที่ยั่งยืนไม่ได้อยู่ไกลจนถึงขนาดต้องวิ่งตาม ทุกอย่างอยู่ที่ใจ เพียงแค่เก็บเกี่ยวและเดินช้า ๆ เพื่อลองฟังเสียงหัวใจเต้นดูบ้าง ชีวิตที่ ฟูฟ่าที่ว่าดีนักหนานั้น ไม่ใช่วิถีดีที่เหมาะสมอย่างยั่งยืนแต่อย่างใด สุขแบบตูมตามครั้งเดียว แล้วหาไม่ได้อีกเลยตลอดชีวิต หรือจะสู้สุขทีละนิด แต่สุขนาน ๆ ได้ ปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตที่เคยหรูหรา มาสู่วิถีสามัญที่ยั่งยืนดีกว่า....

    โดยสารอย่างหรูหรา หรือแค่ถึงที่หมาย
    หลาย คนมีรถยนต์ไว้ใช้งานจริง ๆ แต่ก็มีอีกหลายคนมีรถยนต์เป็นเพียงเฟอร์นิเจอร์ประดับบารมี ประโยชน์ของมันที่แท้แค่เพียงส่งเราถึงที่หมายในแต่ละวัน แต่สิ่งที่ต้องแลกคือน้ำมันอันแพงประหนึ่งทองกับมลพิษที่ต้องพ่นระบายออกไป ในอากาศ หากมองถึงเพียงประโยชน์และหน้าที่ของรถยนต์ นั่งรถโดยสารประจำทางก็เหมือนกัน ถึงที่หมายได้เหมือนรถยนต์ แม้จะต้องแลกด้วยเหงื่อเพียงเล็กน้อย และอาจต้องตื่นเช้ามากกว่าเดิม ได้เดินมากขึ้น แต่สิ่งที่ได้คือ แข็งแรงขึ้น เห็นโลกมากขึ้น เพราะบนรถเมล์มีผู้คนทุกระดับประทับใจ ประหยัดขึ้น ทำให้การจราจรในเมืองหลวงแออัดน้อยลง มลพิษน้อยลง ขึ้นรถเมล์ รถไฟฟ้าไม่ได้ลำบากยากเข็ญเกินกว่าแรงเราจะรับไหว เป็นเพียงหนึ่งในกิจวัตรประจำวันที่ต้องพบเจอทุกวันเป็นเรื่องธรรมดา

    กินแค่อยู่ หรือมีชีวิตอยู่เพื่อเอาแต่กิน
    บาง คนมีความสุขกับการได้กินของแพง กินของนอก ทั้งที่รสชาติและคุณค่าไม่ได้แตกต่างกัน ปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตกินเพียงอิ่ม แต่ครบถ้วนไปด้วยคุณค่าสารอาหารที่จำเป็นในชีวิต บริโภคอย่างพอเพียง เพื่อให้ชีวิตอยู่ได้อย่างเพียงพอ ของแพงไม่ได้แปลว่าอร่อย ภัตตาคารหรูไม่ได้แปลว่าสะอาดกว่าฝีมือของแม่ ลองปลูกพืชผักสวนครัวกินเองดูบ้าง คุณอาจพบว่า เวลากินผลผลิตจากมือตัวเอง ความภาคภูมิใจนั้น เป็นอาหารที่อร่อยที่สุดที่หากินที่ไหนไม่ได้ในโลก

    ช้อปปิ้งคือชีวิต คิดผิดมหันต์
    แต่ ละเดือน ๆ ค่าใช้จ่ายที่เพิ่มเติมมาในบัตรเครดิต คือการรูดซื้อเสื้อผ้า ของประดับที่ไม่จำเป็นเลย ในชีวิต ลองพินิจดู รางวัลชีวิตที่แท้จริงที่คุณควรปรนเปรอตัวเอง ไม่ได้มีอยู่แค่ในห้างสรรพสินค้า ตัดค่าใช้จ่ายในชีวิตที่ไม่จำเป็น ที่รังแต่จะทำให้ชีวิตคุณรกรุงรัง ซื้อของเท่าที่ จำเป็น ไม่ใช่เพียงในยุคน้ำมันแพง แต่ทุกยุคทุกสมัย เรื่องประหยัดเป็นเรื่องฉลาดที่คนเราควรหัดไว้ให้เป็นนิสัย ใช้เงินประหยัด ไม่ได้หมายความว่าไม่มีใช้ แต่หมายถึงใช้เงินให้คุ้มค่า และมีประโยชน์สูงสุด

    กลับสู่ธรรมชาติ
    ชีวิต ฟู่ฟ่าในสังคมเมือง เป็นความโหวกเหวกท่ามกลางความโดดเดี่ยว ต่างคนต่างทำหน้าที่ ขวนขวายแก่งแย่งได้มาแทบบ้าตาย หลายครั้งหลายคนอาจฉุกคิดได้ว่า ตัวตนของคุณไม่ใช่แบบนี้ มองซ้ายเป็นตึก มองขวาเป็นถนนที่เต็มไปด้วยควัน กลับคืนสู่ถิ่นฐานบ้านเกิด หรือลองศึกษาธรรมชาติดูบ้าง แรงบันดาลใจดี ๆ ในการใช้ชีวิตอาจมีมากขึ้น มีคนเคยกล่าวไว้ มนุษย์เป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติ กลับคืนเมื่อไหร่ก็ไม่มีวันขวยเขิน

    ใช้ชีวิตอย่างสร้างสรรค์
    มี ความคิดสร้างสรรค์เป็นอาวุธทางปัญญา เทรนด์การตลาดที่ร้อนแรง ก็ไม่อาจพรากเอาตัวตนของคุณกลมกลืนไปเป็นส่วนหนึ่งของการตลาดได้ มีวิจารณญาณในการบริโภค พูดง่าย ๆ คือ เลือกในสิ่งที่ชีวิตคุณต้องการ ไม่ใช่มีคนบอกว่า ชีวิตคุณต้องมีแบบนั้น ต้องการแบบนี้

    ‘พอใจ’ แล้ว ใจจะพอเพียง
    ภาค ภูมิใจในสิ่งที่ตัวเองมีอยู่ คนไทยมีอะไรหลายอย่างที่ต่างชาติไม่มี แม้ในทางกลับกัน เราก็อาจจะไม่มีในสิ่งที่เขาครบครัน ความไม่มีไม่ได้หมายความว่าขาด บางคราก็อาจจะไม่เหมาะกับวิถีของเรา ระเบิดจากภายใน มองเรื่องเล็ก ๆ ใกล้ตัว แล้วขยายวงสู่เรื่องใหญ่ ๆ ระดับชาติ ชีวิตก็ดำรงอยู่ได้อย่างที่ควรจะเป็น ไม่แก่งแย่ง ไม่แข่งขัน เพียงช่วยเหลือเกื้อกูลกัน บ้านเราทำน้ำพริกอร่อย ก็แบ่งปันให้ข้างบ้าน ขณะที่ป้าข้างบ้าน แกงรสชาติดี ก็แบ่งให้บ้านเราช่วยชิมบ้าง หรือบางทีที่ไม่มีรถยนต์ขับ อาจเป็นเพราะคุณไม่เหมาะกับการขับรถด้วยตัวเอง สินค้าแบรนด์เนมก็อาจไม่เหมาะกับบุคลิกของคุณก็เป็นได้

    แก่นแท้ของ ความสุข ไม่มีขายที่ห้างสรรพสินค้า สั่งซื้อทางอินเทอร์เน็ตก็ไม่ขาย หัวใจที่เหนื่อยล้า เพราะมัวแต่วิ่งตามหาวัตถุ ก็ไม่มีบริการสปาไว้บำบัด หากแต่ต้องปลูกรดน้ำพรวนดินใส่ปุ๋ย แล้วความสุขที่แท้และยั่งยืนจะงอกงามตามวิถีธรรมชาติในหัวใจของคุณเอง
    July 29

    Let's

    "Let's love like we've never been hurt before
     Let's dance like no one is praising us
     Let's love like we've never been hurt before
     Let's sing like no one is listening to us
     Let's work like we don't need the money for it
     Let's live life like today is the doomsday"
    July 20

    ข้อคิดดีๆ

    ความรู้มากๆๆ บางทีเหมือนกำแพงอิฐที่เรียงตัวสูง
    ความรู้สูง กำแพงสูง ความรู้รอบด้าน ก็เหมือนกำแพงสูงรอบตัว
    บางครั้งมันอาจทำให้มองออกไปไม่เห็นอะไรนอกจากอิฐที่ตนเอง ก่อขึ้นมา
     
    กลิ่นของความรัก ก็เช่นเดียวกับห้องน้ำ
    เข้าไปแรกๆๆจะรู้สึกว่าได้กลิ่น
    อยู่ในนั้นนานๆๆ ไปจะเคยชิน จนลืมว่ามีกลิ่นนั้นอยู่
    จนกว่าจะออกมาจากบริเวณนั้น และกลับเข้าไปใหม่
    ถ้าเรารักใครซักคน
    เราควรเปิดโอกาสให้เค้าได้ทำผิดหลายๆๆครั้ง
    เพราะเราเองก็ต้องการโอกาสอย่างนั้นเช่นกัน
     
    อย่าบอกเลยว่าเป็นคนดี
    ความหยิ่งยโส ก็มีอยู่ในคนถ่อมตัว
    ครูที่สอนนักเรียน ก็มีความโง่ ซ่อนอยู่
    ความขลาดกลัว ก็มีอยู่ในนักมวยแชมป์โลก
    ความเบื่อหน่าย ก็มีอยู่ในพนักงานที่ต้อนรับที่กระตือรือร้น
    ความเห็นแก่ตัว ก็มีอยู่ภายในใจของนักสังคมสงเคราะห์
    มันอยู่คู่กัน รอวันปรากฏตัวออกมา
    ถ้าสันดานห่วยๆๆ มันเป็นกระดาษ
    เรามีแค่หินทับกระดาษคนละก้อน
    ลมกิเลสพัดมา
    ก็ขึ้นกับว่าก้อนหินของใครก้อนใหญ่พอที่ทับมันไว้
    ไม่ให้ปลิวเพ่นพ่านเท่านั้นเอง...
    July 14

    ทำอย่างไรดี ฉันอยากหนีความเหงา

    มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตขี้เหงา (Human being is the lonely being) เพียงแค่เห็นฝนทำท่าตั้งเค้า อารมณ์เหงาก็เริ่มฟุ้งประหนึ่งมีใครมากดสวิตช์ซะแล้ว และมักจะเหงาแบบไม่ดูตาม้าตาเรือเสียด้วย ฝนตกก็เหงา แดดออกก็เหงา คนเยอะก็เหงา คนน้อยก็เหงา เอาใจยากเชียวแม่คนนี้ ถ้าคุณเกิดอารมณ์เหงาขึ้นมาอย่างฉับพลัน ไล่เท่าไหร่ก็ไม่ยอมไปไหน เอาหละค่ะ ถ้ามันดื้อนักก็ปล่อยมันไปเถอะ ส่วนเรามาหาสารพัดวิธีคลายเหงากันดีกว่า

     เหงาในออฟฟิศ
              สถานการณ์: มนุษย์เงินเดือนเหงาเป็นกันทุกคนค่ะ แต่บรรยากาศในออฟฟิศไม่น่าจะสร้างความเหงาได้ เพราะฉะนั้นเรื่องนี้อาจเกิดจากผลทางด้านจิตใจล้วนๆ ความเหงาประเภทนี้ยังรวมถึงการที่คุณโดนเจ้านายเม้งใส่ ทะเลาะกับเพื่อนร่วมงานหรือกระทั่งเบื่องานจนเซ็งโลก จนทำให้คุณรู้สึกเหมือนอยู่คนเดียวใน (ออฟฟิศ) โลก และพานทำให้เกิดน้ำตาปริ่มเอาได้ง่ายๆ

              สิ่งที่ควรทำ: เชิดหน้าสู้กันไปเลยค่ะ ถ้าคุณกำลังเหงาหนัก เราอยากให้คุณออกไปเดินสูดอากาศสดชื่นนอกออฟฟิศสักพัก การพบเจอผู้คนแปลกหน้าตามท้องถนนจะช่วยคลายความเหงาลงได้บ้าง เมื่อกลับเข้าออฟฟิศเราขอให้คุณทำตัวเป็นสาวเวิร์กกิ้งวูแมนที่กำลังยุ่งสุดๆ ท่องเอาไว้ค่ะว่า งานเท่านั้นที่จะช่วยคุณได้ ถึงแม้ว่าคุณจะเบื่องานที่ว่าแทบตายก็เถอะ

     อยู่คนเดียวก็เหงา
              สถานการณ์: เชื่อแน่ว่าทุกคนต้องเคยเจอกับอารมณ์เหงาสุดขั้ว ไม่ว่ามันจะมาในรูปแบบไหนก็ตาม ว้าเหว่ เงียบ แต่ไม่สงบ ฟุ้งซ่านทั้งๆ ที่ดูเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น พอเหงาปุ๊บ คุณไม่รู้จะทำอะไรเลยฝากความหวังเอาไว้กับดีแจเสียงใสในวิทยุ แต่ดีเจเจ้ากรรมก็ดันเปิดเพลงสุดซึ้ง จนทำให้คุณร้องไห้สั่นระริก ขอทีค่ะ อย่าปล่อยให้ความเหงาทำคุณให้ฟุ้งซ่าน เดี๋ยวสุขภาพจะเฉาก่อนวัยอันควร

              สิ่งที่ควรทำ: ไม่มีอะไรที่ควรทำมากไปกว่า การหากิจกรรมที่คุณเลิฟสุดๆ ทำ ไม่ว่าจะอ่านหนังสือดีๆ สักเล่ม ดูหนัง เล่นเกม หรืออะไรก็แล้วแต่ที่คุณชอบแบบขาดใจ แต่บอกเอาไว้ก่อนนะค่ะว่า  พอเสร็จสิ้นจากกิจกรรมที่ทำไปทั้งหมดแล้ว คุณก็จะกลับมาเหงาเหมือนเดิมอีกครั้ง ถ้าคุณไม่หาเพื่อนมานั่งคุยเอาไว้สักคน เชื่อได้เลยค่ะว่า คุณจะฟุ้งซ่านและว้าวุ้นไม่ยอมหยุด และอาการอื่นๆ จะตามมาอีกเพียบ (คุณจะจินตนาการไปถึงว่าทำไมคุณถึงได้โชคร้าย ไม่มีใครสนใจเลยสักคน) ทางที่ดีคุณควรสงบอาการเหงาด้วยการนอนหลับไปเสียดีกว่าเพราะการนอนหลับเป็นการผ่อนคลายชั้นดี  พอตื่นขึ้นมาจะรู้สึกสดชื่นและกระปรี้กระเปร่าขึ้นอีกด้วย

     “รัก”ทำให้เหงา
              สถานการณ์ : โชคร้ายถ้าใครเจอกับสถานการณ์แบบนี้ เพราะความเหงาจากการไม่มีคนรักจะทำให้เรารู้สึกไม่สดชื่น เหี่ยวเฉา และหมดอาลัยตายอยากไปโดยปริยาย เหงาแบบนี้มักจะเจอกับคนที่เพิ่งโดนทิ้งใหม่ๆ (ดูจะใกล้เคียงกับความเศร้า) หรืออาจหมายถึงคู่รักที่ห่างไกลกัน จนทำให้ความสัมพันธ์นั้นเกิดช่องว่างที่เรียกว่าความเหงาขึ้นมา

              สิ่งที่ควรทำ: คุณอาจจะเหงาแบบเรื้อรัง เพราะคนเหงาประเภทนี้จะรู้สึกย่ำแย่ เมื่อไม่มีคนรักอยู่ข้างๆ ไม่ว่าจะทำอะไรก็จะเหงาจับจิต ยาตัวเดียวที่สามารถทำให้หายขาดคือการได้เห็นหน้าคนรักตัวเป็นๆ แต่ถ้าโอกาสนั้นยังมาไม่ถึง คุณลองเขียนจดหมาย หรือเขียนไดอารี่ถึงคนรักของคุณดูมันจะช่วยคลายความเหงาลึกซึ้งแบบนี้ได้ (บางทีการได้เขียนถึงกันและกัน จะทำให้เรารู้สึกได้ว่ากำลังสื่อสารถึงคนรักอยู่ตลอด)

     วุ่นวายจนทำให้ “เหงา”
              สถานการณ์: คุณได้ชื่อว่าเป็นบุคคลที่มีเพื่อนฝูงเยอะจนนับแทบไม่ไหว  แต่แล้วอยู่ๆ คุณ (ดัน) ก็เกิดอาการเหงาขึ้นอย่างจับใจโดยที่ตัวเองก็ไม่รู้สาเหตุ อย่าแปลกใจไปค่ะ ทำความเข้าใจเอาไว้เสีย  ว่านี้แหละธรรมชาติของมนุษย์ และดูเหมือนว่ามนุษย์อย่างคุณกำลังต้องการเวลาพักซะแล้ว

              สิ่งที่ควรทำ: คุณอาจเป็นคนที่โชคดีสุดๆ ที่มีเพื่อนๆ คอยล้อมหน้าล้อมหลังอยู่ตลอดเวลา  ซึ่ง (ดูเหมือน) คุณมีความสุข แต่ลึกๆ แล้วคุณไม่ได้รู้สึกแบบนั้น คนยิ่งเยอะยิ่งทำให้เหงาจนไม่อยากคุยกับใครไม่ว่าจะปาร์ตี้ไหนๆ ก็ไม่ทำให้คุณหรรษาขึ้นมาได้ นั่นอาจเป็นสัญญาณเตือนที่คุณควรหาเวลาอยู่กับตัวเองเสียให้เต็มที่ ลองไปชาร์จไฟใส่ตัวด้วยการไปเที่ยวต่างจังหวัดแบบสาวมั่นลุยเดี่ยวดูนะคะ (ขอย้ำค่ะ ว่าไปคนเดียว) จะขึ้นเหนือ ลงใต้ก็ได้ทั้งนั้น และคิดถึงเรื่องผจญภัยกับบรรยากาศงามๆ เข้าไว้ การได้อยู่คนเดียวกับภาพเหล่านี้อาจเป็นหนทางแก้เหงาที่ดีที่สุดสำหรับคุณก็ได้


    ฉันก็เป็นได้แค่...บางคน

    เข้าใจนะ...ที่เธอจะไปในวันนี้ 
              ก็รู้ดี...อยู่ด้วยกันไม่ใช่เพราะรัก 
              เธอเพียงแค่อยากมี...บางคน...ใกล้ๆ
              และค้นหา...ใครสักคน...ตัวจริง

     

                        อวยพรให้เธอโชคดี...แม้น้ำตาจะท่วมใจ
                        คนสุดท้ายของเธ. ..คงไม่ใช่ฉัน
                        ฉันเป็นเพียงแค่...บางคน...ที่เธอเดินผ่านมาเจอ 

     

                                แค่ได้รัก...ได้มีเธออยู่ข้างๆ...ชั่วเวลาหนึ่ง
                                เท่านั้นก็คุ้มค่า...สำหรับหัวใจฉัน
                                แค่ได้เป็น...บางคน...ที่รักเธอก็พอ
                                                   

                                         แต่ขอได้ไหม...ก่อนจะไป
                                                      สัญญากับ...บางคน...คนนี้ที
                                                      วันไหน...หากไม่มีใคร 
                                                      กลับมาหา...บางคน...คนนี้ได้ไหม 


                                                                รู้เอาไว้นะว่ายังมี...บางคน...รอเธอ 
                                                                พร้อมทั้งหวังลึก-ลึก...ว่า "บางคน" 
                                                               ...จะได้เป็น "ใครคนนั้น" ...ของเธอ



    July 01

    สิ่งที่คุณไม่ควรทำกับเค้าเด็ดขาด…

    ถ้าคุณเป็นคนที่กำลังมีความรัก และไม่อยากเสียคนรักของคุณไป ฟังทางนี้... เพราะนี่คือ สิ่งที่คุณไม่ควรทำกับเค้าเด็ดขาด…

    เอาแต่ใจตัวเอง

    แหม... เรื่องนี้ห้ามยากนะ ใครๆ ก็อยากเอาแต่ใจตัวเองกันทั้งนั้น แต่เอาน่ะ เพื่อคนที่คุณรักก็เพลาๆ ลงหน่อยละกัน เอาใจเค้ามาใส่ใจเราให้มากๆ แล้วทุกอย่างจะดีเอง

    ทำตัวเป็นเจ้าของมากเกินไป

    โอ้ย... เค้าไม่ใช่ลูกแมวเหมียวหรือว่าสัตว์เลี้ยงนะคะ การที่คุณแสดงตัวให้ใครๆ รู้ว่าคุณกับเค้าเป็นแฟนกันเนี่ยมันก็ไม่ผิดหรอก แต่ถ้าแสดงออกมามากเกินไป ตามติดเป็น "ชัตเตอร์กดติดวิญญาณ" อันนี้มันก็เกินไป... ปล่อยให้เค้ามีเวลาส่วนตัวบ้างเหอะ (ถูกต้องนะคร้าบบ…)

    หึงแบบไม่ลืมหูลืมตา

    เรื่อง "ขี้หึง" นี่ก็จัดเป็นอีกเรื่องนึงที่ห้ามยาก แต่ถึงจะหึงยังไงก็ต้องมีลิมิตบ้าง ไม่ใช่แค่คุยกับเพื่อนก็แสดงอาการตาขวางขึ้นมาแล้ว เค้ายืนให้อาหารปลาอยู่ดีๆ ก็เอาไฟฟ้าไปช๊อตปลาซะงั้น (อันนั้นก็เวอร์เกิน อิอิ) บางคนโทรเช็คกันตลอดเวลาก็ไม่ไหวนะคะ

    บอกเลิกทุกครั้งที่ทะเลาะกัน

    จริงๆ แล้วที่คุณพูดไปอย่างงั้น คืออยากให้เค้ามาง้อใช่มั๊ยล่า... จะบอกให้ว่าแรกๆ ก็ได้ผลอ่ะนะ แต่หลังๆ คุณหมดสิทธิ์ใช้มุขนี้ เพราะเค้าอาจคิดว่าคุณอยากเลิกกับเค้าดีนัก ก็เลยเลิกให้จริงๆ ซะเลย (มีหวังน้ำตาเช็ดหัวเข่าตัวเองแน่ๆ)

    แอบมี “กิ๊ก”

    ถือเป็นเรื่องที่ไม่ควรทำอย่างยิ่ง (แค่คิดก็ผิดแล้วอ่ะ) เพราะเหมือนเป็นการไม่ให้เกียรติเค้าอย่างแรง แม้คุณไม่ได้คิดจริงจังอะไรกับเจ้ากิ๊กนี่ก็ตาม แต่มันสามารถทำให้คนที่คุณรักและรักคุณเสียใจปางตายได้ เพราะฉะนั้น ห้ามเด็ดขาด!

    ชอบโกหก

    ลองถามตัวเองดูว่าคุณชอบคนขี้โกหกมั๊ย นั่นแหละคือคำตอบ บางคนโกหกจนเป็นนิสัย ทั้งที่บางทีก็ไม่ได้ตั้งใจ แต่... แฟนคุณจะรู้สึกยังไงถ้ารู้ว่าคุณชอบโกหกเค้าอยู่บ่อยๆ (รวมถึงไม่บ่อยด้วย) แล้วต่อไปจะเชื่อใจกันได้ยังไงล่ะจริงมั๊ย คนรักกันแท้ๆ มาโกหกกันได้ลงคอ... ฮึ!

    June 30

    “เลิกรักกัน” เพราะมือที่สามจริงๆ หรือ?

    ไม่มีใครทำให้ใครเลิกรักกันได้หรอก...
    นอกจากหัวใจคนที่ไม่รักกันแล้ว คุณว่าจริงไหม?

    ความรักเป็นความรู้สึกละเอียดอ่อนของคนสองคน
    ปัจจัยภายนอกหรือสิ่งแวดล้อมอื่นๆ อาจมีผลที่จะกำหนดความสัมพันธ์
    หรือทำให้รูปแบบการคบกันเปลี่ยนไปได้บ้าง แต่นั่นไม่ใช่ทั้งหมด...

    คนที่รักกัน... ต่อให้มีใครแทรกเข้ามา
    ต่อให้เหตุการณ์หรือสถานการณ์คับขันอยางไรก็ยังรักกันอยู่ดี

    เมื่อหัวใจมีใครคนหนึ่งให้รักจนหมดใจแล้ว...
    เป็นเรื่องยากที่จะแบ่งปันความรักให้ใครได้อีก
    ถ้าหัวใจมีใครสักคนหนึ่งอยู่เต็มไปทุกพื้นที่...
    ก็คงไม่มีที่ตรงไหนเหลือให้ใครเข้ามาแทรก...

    ฉะนั้น . .คนที่หมดรักต่อกัน
    อย่าโทษเลยว่าเป็นเพราะมีใครคนนั้นคนนี้เข้ามา
    หรือมีเหตุผลอย่างนั้นอย่างนี้...

    เมื่อรักจืดจาง... เมื่อหัวใจสองดวงห่างจนร้างลา
    ก็อย่าโทษอะไรเลย
    ยอมรับความจริงให้หมดในทุกสิ่งทุกอย่าง
    เพราะไม่มีใคร ทำให้ใครเลิกรักกันได้หรอก
    นอกจาก หัวใจของคนที่ไม่รักกันแล้ว.....
    June 27

    การที่เราจะคบหาหรือรู้จักใครสักคน

    การที่เราจะคบหาหรือรู้จักใครสักคน
    ไม่ว่าจะในฐานะอะไรก็ตาม

    สิ่งหนึ่งที่ควรท่อง
    ควรจำไว้อยู่เสมอก็คือ คน เป็นสิ่งมีชีวิต ที่มีทั้งด้านบวก และด้านลบ อยู่ในนั้น

    อย่าตั้งใจกับคน
    1 คนมากเกินไป

    เพราะไม่มีใครอยากเป็นต้นเหตุของความล้มเหลว


    อย่าคาดหวังกับ
    คน 1 คนมากเกินไป

    เพราะไม่มีใครสามารถเป็นทุกอย่าง
    ที่ทุกคนอยากให้เป็น

    อย่าให้เวลากับคน
    1 คนมากเกินไป

    เพราะไม่ว่าใครก็อยากมีช่วงเวลาของความเป็นส่วนตัว. .
    .. คนเดียว ....

    อย่าพยายามเปลี่ยนแปลงคน
    1 คนมากเกินไป

    เพราะนั่นจะทำให้เค้าไม่หลงเหลือความเป็นตัวของตัวเอง


    อย่าควบคุมชีวิตคน
    1 คนมากเกินไป

    เพราะมนุษย์มักจะหาวิธีการแทรกตัว
    เพื่อออกมาจากกฎที่ถูกกำหนด

    อย่าบีบบังคับคน
    1 คนมากไปกว่านี้

    เพราะถ้าคนๆนั้น
    หลุดจากภาวะบีบบังคับมาได้

    คุณจะกลายเป็นคนที่ถูกหันหลังให้ในทันที

    เธอ.
    . . ลองมองดูฉันดีๆ
    ฉันมีลมหายใจ

    ไม่ใช่ภาพวาด
    ที่จะสวยงามอยู่ตลอดเวลา

    ฉันเองก็เป็น
    คน เป็นสิ่งมีชีวิตที่มี 2 ด้าน. . . เช่นกัน


    ....
    อยากรู้จักใครสักคน ต้องหัดเรียนรู้ ไม่ใช่เปลี่ยนแปลง...

    June 17

    "แก้วหนึ่งใบ"

    Put the Glass Down
    จงวางแก้วใบนั้นลง
    A lecturer was giving a lecture to his student on stress management.
    ขณะที่ครูกำลังสอนนักเรียนของเขาในหัวข้อการจัดการกับแรงกดดันและความเครียด
    He raised a glass of water and asked the audience, "How heavy do you think this glass of water is?"
    ครูได้หยิบแก้วน้ำใบหนึ่งขึ้นมาและถามนักเรียนว่า  "พวกเธอคิดว่าแก้วน้ำใบนี้หนักเท่าไหร่"
    The students' answers ranged from 20g to 500gm.
    คำตอบของนักเรียนมีตั้งแต่ 20 กรัมถึง 500 กรัม
    It does not matter on the absolute weight. It depends on how long you hold it.
    "มันไม่ได้ขึ้นอยู่กับน้ำหนักที่แท้จริงของแก้วว่าหนักเท่าไหร่ แต่ขึ้นอยู่กับว่าเธอถือมันไว้นานเท่าใด

    If I hold it for a minute, it is OK.
    ถ้าครูถือมันไว้เพียงหนึ่งนาที ก็ไม่มีปัญหาอะไร

    If I hold it for an hour, I will have an ache in my right arm.
    ถ้าครูถือมันไว้หนึ่งชั่วโมง แขนของครูก็จะปวด

    If I hold it for a day, you will have to call an ambulance.
    ถ้าครูถือมันไว้หนึ่งวัน พวกเธอคงต้องเรียกรถพยาบาล ฮา...

    It is the exact same weight, but the longer I hold it, the heavier it becomes."
    แม้ที่จริงจะเป็นน้ำหนักเดียวกัน แต่ยิ่งฉันถือมันไว้นานเท่าไหร่ มันก็ยิ่งหนักมากขึ้นเท่านั้น"

    "If we carry our burdens all the time, sooner or later, we will not be able to carry on, the burden becoming increasingly heavier."
    ถ้าเราแบกภาระ(ความทุกข์ ความหนักใจ ฯลฯ)ของเราไว้ตลอดเวลา ไม่ช้าก็เร็ว ภาระนั้นจะยิ่งหนักขึ้นจนเราจะไม่สามารถจะแบกมันไว้ได้อีก

    "What you have to do is to put the glass down, rest for a while before holding it up again."
    ดังนั้นสิ่งที่เธอต้องทำคือ วางแก้วนั้นลงซะ พักสักระยะ ก่อนจะถือมันใหม่อีกครั้ง

    We have to put down the burden periodically, so that we can be refreshed and are able to carry on.
    เราจะต้องวางสิ่งเราแบกไว้ลงเป็นระยะ  เราจึงจะสามารถฟื้นพลังขึ้นมาใหม่ และสามารถแบกมันได้อีกครั้ง

    So before you return home from work tonight, put the burden of work down.
    ดังนั้นก่อนเธอจะกลับบ้านในคืนนี้  จงวางภาระของเธอลง

    Don't carry it back home. You can pick it up tomorrow.
    อย่านำมันกลับไปบ้านด้วย  เธอสามารถยกมันขึ้นมาใหม่ได้ในวันพรุ่งนี้

    Whatever burdens you are having now on your shoulders, let it down for a moment if you can.
    ไม่ว่าจะเป็นภาระใดก็ตามที่เธอแบกอยู่ในตอนนี้  วางมันลงซะสักพัก ถ้าเธอทำได้

    Pick it up again later when you have rested...
    ค่อยยกมันขึ้นมาใหม่เมื่อเธอได้พักแล้ว

    Rest and relax.
    ขอให้ผ่อนคลายและพักผ่อน

    Life is short, enjoy it!!
    ชีวิตคนเรานั้นสั้นนัก  จงมีความสุขกับมัน